Noon さんのプロフィールI'm trying to get by wit...フォトブログリスト ツール ヘルプ

Jarumart Chuepaiwest Noon

職業
所在地
好きなもの/好きなこと
I'm just an ordinary girl, wanted to do several things. I wanna write a book, translate a book, own a company, be a teacher. There're many things I wish I could be.
全 39 枚中 1 枚目

I'm trying to get by without knowing at all

เธอไม่ต้องนวลอย่างดวงจันทร์...และฉันไม่ใช่ดวงตะวันฉาย... เราเพียงเป็นคนคบกันตามสบาย
2月19日

TOEFL iBT

ผลโทเฟลออกมาตั้งนานแล้วล่ะ แต่ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาอัพสักทีจนสอบเสร็จมาครบรอบหนึ่งเดือนแล้ว ... เมื่อวันเสาร์ที่ 19 มกราคมได้ไปนั่งสอบโทเฟลที่ศูนย์มณียาที่เค้าลือกันว่าดีหนักหนา ขั้นแรกก็ต้องเอา passport ของเราไปให้เจ้าหน้าที่แล้วก็ต้องคอยยืนรออยู่ใกล้ๆ เพราะพี่เค้าจะเรียกชื่อเราแบบเบาๆ แล้วส่งเข้าห้องสอบไป ที่ศูนย์มณียามีห้องสอบสองห้อง ถ้าใครได้อยู่ห้องแรกก็จะโชคดีนะเพราะที่กั้นคอกสำหรับแต่ละคนจะเป็นปูนอ่ะ คิดว่าน่าจะไม่ได้ยินเสียงคนข้างๆ หรืออย่างน้อยก็น่าจะได้ยินเบาลง แต่นุ่นได้สอบห้องสองที่กั้นด้วยฟิวเจอร์บอร์ดก็เลยได้ยินเสียงคนข้างๆ ชัดแจ๋วเลย แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากนักหรอกนะเพราะตอนสอบจริงๆ ก็มีสมาธิเต็มที่อยู่ดีไม่ได้สนใจเสียงคนรอบข้างหรอก ห้องสอบเย็นมากๆ ขอเตือนคนที่จะไปสอบไว้ก่อนเลยว่าต้องเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย ถ้าทำได้ก็อยากจะเอาผ้าห่มไปเลยด้วยซ้ำ จะเปิดแอร์เย็นฉ่ำอะไรหนักหนาไม่รู้ ข้อสอบ TOEFL iBT แบบใหม่นี้จะใช้เวลาสอบประมาณ 4 ชั่วโมง ช่วงแรกเป็น reading กับ listening กว่าจะทำเสร็จก็แทบจะหมดแรงอยู่แล้วยังโดนเทส listening เบิ้ลอีก เล่นเอาเหนื่อยเลย พอทำเสร็จก็รีบเดินออกไปเข้าห้องน้ำไม่ได้อ่านคำสั่งบนหน้าจอเลย จริงๆ แล้วเหมือนจะต้องพก passport ของเราออกไปด้วยนะ ประมาณว่าเป็นการยืนยันตัวเองก่อนเข้าห้องสอบอีกทีแต่ถ้าลืมก็ไม่เป็นไร พอครบเวลาพักเบรกสิบนาที เจ้าหน้าที่ก็จะเรียกให้เข้าไปสอบ speaking กับ writing ต่อ ข้อสอบส่วน writing ที่กลัวหนักหนาก็ไม่ได้ยากขนาดที่คิดไว้ โดยส่วนตัวคิดว่าที่เตรียมตัวตอนเรียน kaplan ยังยากกว่าซะอีก รอผลสอบด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ อยู่สองอาทิตย์ในที่สุดก็ได้สบายใจสักที ได้คะแนน 102/120 ก็ถือว่าโอเคกว่าที่คิดไว้ซะอีก ข้อสอบแบบใหม่นี้คะแนนเต็มแค่ 120 นะ แต่สามารถหาตารางเปรียบเทียบคะแนนกลับเป็นแบบ Paper-Based ได้ ของนุ่นนี่ก็ได้หกร้อยนิดๆ แล้ว ผลสอบทุก part ทำได้ค่อนข้างดีเลยยกเว้น speaking ที่ห่วยมากๆ ได้แค่ 17/30 เท่านั้นเอง ไม่รู้ตัวเลยว่าพูดอะไรไปได้แย่ขนาดนั้น เศร้าจัง ไปสอบใหม่ดีไหมเนี่ย แต่ก็ขี้เกียจเตรียมตัวอ่ะ..
1月12日

เครียด T^T

ช่วงนี้รู้สึกตัวเองเครียดขึ้นมาอย่างไร้สาระ ทั้งที่งานก็ไม่ได้ล้นทะลักมากมายอะไรอย่างแต่ก่อน แค่ต้องเตรียมตัวสอบโทเฟลอย่างเดียวเท่านั้น คนอื่นๆ ที่เค้าต้องเผชิญกับปัญหาชีวิตมรสุมรุมเร้าหนักหนากว่าตัวเองก็มีอยู่เยอะแยะ แต่ก็ทำใจให้สงบไม่ได้สักที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่ได้เตรียมตัวสอบมานานมากแล้วหรือแค่กำลังสร้างภาวะกดดันให้กับตัวเองอย่างไม่มีเหตุผล แต่ว่าทุกปีใหม่จะต้องหาเวลาเข้าวัดไปไหว้พระเสียหนึ่งทีแม้จะไม่เคยขอพรอะไรเลยสักที คนส่วนมากเวลาใกล้สอบก็มักจะขอพรให้ได้คะแนนดีๆ หรือสอบติดกัน แต่สำหรับนุ่นกลับรู้สึกว่าถ้าเคยขอพรแบบนั้นเอาไว้แล้วสุดท้ายเมื่อนุ่นทำคะแนนได้ดีจริงๆ กลับไม่ค่อยรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จนั้นสักเท่าไหร่ เหมือนใจหนึ่งอดคิดไม่ได้ว่าที่ทำคะแนนได้ดีไม่ใช่เพราะตัวเราเองแต่เป็นเพราะพระท่านส่งใจมาช่วยเราไว้ แต่การไปวัดทุกปีใหม่ก็เป็นเรื่องปกติจนกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำไปทุกปีเสียแล้ว ไม่ว่ายังไงก่อนสอบก็คงต้องแวะไปพุทธมณฑลสักครั้งเผื่อว่าจะช่วยให้จิตใจที่ฟุ้งซ่านไร้สาระนี้จะสงบลงได้บ้าง
10月26日

I love this quote (",)

 
You know when I said I knew little about love? That wasn't true. I know a lot about love. I've seen it, centuries and centuries of it, and it was the only thing that made watching your world bearable. All those wars. Pain, lies, hate... It made me want to turn away and never look down again. But when I see the way that mankind loves... You could search to the furthest reaches of the universe and never find anything more beautiful. So yes, I know that love is unconditional. But I also know that it can be unpredictable, unexpected, uncontrollable, unbearable and strangely easy to mistake for loathing, and... What I'm trying to say, Tristan is... I think I love you. Is this love, Tristan? I never imagined I'd know it for myself. My heart... It feels like my chest can barely contain it. Like it's trying to escape because it doesn't belong to me any more. It belongs to you. And if you wanted it, I'd wish for nothing in exchange - no fits. No goods. No demonstrations of devotion. Nothing but knowing you loved me too. Just your heart, in exchange for mine.
 
From 'Stardust' the movie. Didn't mean to spoil anyone at all. Just feel that it's such a nice script.
 

Boston, Massachusetts, USA

 
I wish I would be able to go there hopelessly. Just want to share something about this fantastic city.
 
The city of Boston, Massachusetts, USA, has many nicknames due to historical context. They include:
  • The City on a Hill came from original Massachusetts Bay Colony's governor John Winthrop's goal to create the biblical "City on a Hill." It also refers to the original three hills of Boston.
  • The Hub is a shortened form of a phrase recorded by writer Oliver Wendell Holmes, The Hub of the Solar System. This is often erroneously misquoted as The Hub of the Universe.
  • The Athens of America is a title given by William Tudor, co-founder of the North American Review for Boston's great cultural and intellectual influence.
  • The Puritan City nickname references the religion of the city's founders.
  • The Cradle of Liberty derives from Boston's role in instigating the American Revolution.
  • City of Notions in the nineteenth century.
  • America's Walking City, because Boston's compact and high density nature has made walking an effective and popular mode of transit in the city. In fact, it has the seventh-highest percentage of pedestrian commuters of any city in the United States, while neighboring Cambridge is the highest.
  • Bean Town refers to the regional dish of baked beans.

 

8月30日

Why?

 
Today there's something really awful happened right under my nose. I do hate thing like this badly. Why on earth someone decided to commit a suicide? I just don't get it. What could be an appropriate reason for someone to do such thing like that? That's just rubbish!!! I felt really terrible, especially when lots of people start discussing this topic. I've to overheard this topic for several times. The question always stuck with 'Why?' then everyone would start guessing from one reason to another and another without any final answer. Why should we discuss something like that? It won't do anyone any good at all.
 
Nothing's important for today's topic. I just need to speak it out loud.
 
7月29日

จินตนาการไม่รู้จบ

 
การที่เราทุ่มเทให้ความสนใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไปจนมองไม่เห็นสิ่งรอบข้างอีกเลย เราจะนับว่าดีที่มีสมาธิแน่วแน่หรือไม่ดีกันแน่นะ...
 
วันนี้ก็ยังคงไปนั่งอ่านหนังสือที่ TK Park เหมือนเคย และทุกครั้งก็จมตัวเองเข้าไปอยู่ในเรื่องราวภายในหนังสือเล่มนั้น ทุกหน้าที่เปิดอ่านก็คอยจะพาให้ตัวเองจมดิ่งลงไปสู่โลกแห่งจินตนาการที่คนเขียนคงต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งกว่าจะเขียนออกมาสำเร็จเป็นรูปเล่มสวยงามขนาดนี้ได้ และก็จมอยู่อย่างนั้นลึกลงไปจนจบเล่มนั่นแหละ พอเงยหน้าขึ้นมาถึงได้เห็นว่าพี่ชายมานั่งอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จากนั้นถึงได้รู้ว่าพี่ชายกับแฟนมายืนอยู่ตรงนั้น คุยกันเสียงดังนานมากๆ แล้ว แต่นุ่นไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ตอนนั้นไม่ได้ยินเสียงอะไรรอบตัวเลยจริงๆ มองไม่เห็นเด็กที่กระโดดข้ามหัวผ่านไปผ่านมารอบๆ ตัว แถมยังไม่ได้ยินเสียงแม้แต่พี่ชายของตัวเอง..
 
ตอนเด็กๆ เคยอ่านประวัติของมารี คูรีที่เป็นคนมีสมาธิกับตำราเรียนมากจนไม่รู้สึกตัวว่าเพื่อนมายืนอยู่ข้างๆ เหมือนกัน จำได้ว่าตอนนั้นอยากจะมีสมาธิกับหนังสือได้ขนาดนั้นบ้าง แต่พอมาทำได้จริงๆ ก็ชักไม่แน่ใจว่ามันจะดีจริงๆ เหรอ นี่ถ้ามีคนคิดร้ายคงโดนเชือดไปแล้วโดยไม่รู้ตัวแน่ๆ :'( นึกถึงที่ตัวละครในจินตนาการไม่รู้จบเป็นเลยแหะ เข้าใจอารมณ์ของเด็กคนนั้นขึ้นมาเลยว่าการอยู่ในโลกของหนังสือมันเป็นยังไง
 
7月10日

My Weekend

 
ไม่รู้ตัวเลยว่าไม่ได้แวะเข้ามานานขนาดนี้แล้ว เดือนมิถุนายนทั้งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วจนจำไม่ได้แล้วว่าได้ทำอะไรสนุกๆ ไปบ้างหรือเปล่า รู้แค่ว่าช่วงนี้มีแต่งานเต็มสมองไปหมด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตั้งใจว่าหลังจากทำงานหนักมาหลายอาทิตย์ติดต่อกันแล้วจะต้องไปพักผ่อนจริงๆ ซะที ก็เลยแวะไป TK Park เพื่อไปซึมซับบรรยากาศที่มีหนังสืออยู่รายรอบตัว ลากปลายนิ้วสัมผัสกระดาษอาบมันขาวสะอาดไปจนถึงกระดาษเหลืองสากมือ กลิ่นของหนังสือที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้องสมุดมันแตกต่างจากหนังสือใหม่เอี่ยมในร้านหนังสือมากจริงๆ แม้จะขาดความสดใหม่แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นได้อย่างประหลาด เข้าไปสูดอากาศอยู่ในห้องหนังสือจนเริ่มรู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองได้อีกครั้งก็เตรียมพร้อมที่จะกลับ พอเดินลงมาถึงชั้นล่างก็พอดีเค้ามีคนมาเปิดการแสดงดนตรีคลาสสิคอยู่ น้อยครั้งนะที่จะได้เห็นอะไรแบบนี้ในห้างสรรพสินค้าและไม่ใช่เปียโนเป็นพระเอกของงาน แถมคราวนี้ยังมีนักดนตรีแค่สามคนเล่นพวกเครื่องสายกับเครื่องเป่า ปกติแล้วเสียงดนตรีที่ไม่ใช่เสียงเปียโนมักจะดึงความสนใจของนุ่นเอาไว้ไม่อยู่ แต่คราวนี้เสียงดนตรีของเค้ามีเสน่ห์มากจริงๆ หรืออาจเป็นเพราะมีคนเล่นอยู่ไม่กี่คนก็เลยได้ยินเสียงที่แท้จริงของเครื่องดนตรีเหล่านั้นชัดเจนมากกว่าทุกที ยืนฟังอยู่สักพักใหญ่เลย มีความสุขจัง :)
 
 

今日の名言

読み込み中...

星座

読み込み中...